อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับส้มเเขก  (อ่าน 24 ครั้ง)

teareborn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
    • ดูรายละเอียด
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับส้มเเขก
« เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2017, 01:43:30 PM »

ถิ่นกำเนิดส้มเเขก[/url] [/b]
ส้มแขกมีถิ่นกำเนิดใน อินเดีย  ศรีลังกา  และสามารถพบได้ทั่วไปในป่าประเภทร้อนชื่น ในประเทศไทยก็เป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย พบมากทางภาคใต้ โดยเฉพาะ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ลงไปถึงสิงคโปร์ ส่วนที่เรียกกันทั่วไปว่า ส้มแขก  เป็นเพราะอาหารอินเดียและมาเลเซียหลายชนิด เช่น แกงกะหรี่ แกงมัสมั่น จะใช้ส้มแขกประกอบอาหารแทนมะชามเปียก ก็เลยเรียกติดปากกันว่าส้มแขก ที่จริงส้มแขกสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย แต่คงเป็นเพราะทางภาคใต้รู้จักที่จะนำส้มแขกมาประกอบอาหารกันมาก ก็เลยปลูกกันมากกว่าที่อื่น
ส้มแขกมีอยู่ 2 ชนิด คือ

  • ชนิดที่ 1 พบมากในประเทศไทย คือ Garcinia atroviridis Griff. Ex T. Anderson
  • ชนิดที่ 2 พบมากในอินเดีย คือ  Garcinia  cambogia
ลักษณะทั่วไปของส้มเเขก

  • ต้นส้มแขก ลักษณะของต้นส้มแขก เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มกว้างสูงประมาณ 5 – 14 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ลักษณะของเปลือกต้น หากเป็นต้นอ่อนจะมีสีเขียว  หากแก่แล้วจะมีสีน้ำตาลอมดำ  เมื่อลำต้นเป็นแผลจะมียางสีเหลืองออกมา
  • ใบส้มแขก เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ ใบใหญ่ผิวเรียบเป็นมัน  ใบอ่อนมีสีน้ำตาลอมแดง  ขอบในเรียบ ปลายใบแหลม  ยาวประมาณ  10 – 20 เซนติเมตร  กว้างประมาณ  4 – 5 เซนติเมตร  โดยใบแห้งจะมีสีน้ำตาล
  • ดอกส้มแขก ออกตามปลายยอด  ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ  ด้านในสีแดง  ด้านนอกมีสีเขียว มีเกสรเพศผู้เรียงอยู่บนฐานรองดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวแทงออกจากปลายกิ่งมีขนาดเล็กกว่าดอกเพศผู้ รังไข่มีรูปทรงกระบอก
  • ผลส้มแขก ลักษณะของผลส้มแขก เป็นผลเดี่ยวคล้ายฟักทองขนาดเล็ก ผิวเรียบสีเขียว  เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแก่  มีขนาดใกล้เคียงกับผลกระท้อน  เปลือกผลเป็นร่องตามแนวขั้วไปยังปลายผล มีประมาณ 8 – 10 ร่อง ที่ขั้วมีกลีบเลี้ยงติดอยู่  2 ชั้น ๆ ละ 4 กลีบ เนื้อแข็ง มีรสเปรี้ยวจัด ในผลมีเมล็ดแข็ง 2 – 3 เมล็ด ผลส้มแขกมีรสเปรี้ยวนิยมนำมาปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม  แกงเลียง ต้มเนื้อ  ต้มปลา เพื่อให้มีรสเปรี้ยว  หรือใช้ทำน้ำแกงขนมจีน  ทำเป็นเครื่องลดความอ้วน  โดยการรับประทานส้มแขกในระยะแรกอาจจะทำให้รู้สึกหิวบ่อยมากขึ้น  เนื่องจากไปเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร โดยร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวไปเอง ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ ระหว่างนี้ก็ให้ดื่มน้ำมากๆ หากรับประทานไปนาน ๆ ก็จะช่วยลดความอยากอาหารทำให้รู้สึกไม่หิวได้  และเมื่อหยุดรับประทานส้มแขกร่างกายจึงไม่กลับมาอ้วนอีกแน่นอน  และที่สำคัญก็คือไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล  ได้ประเมินผลและพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนหน้าที่ของตับและไต  รวมไปถึงระดับน้ำตาลในเลือดและความดันเลือดก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นกัน

 

pro-face